สารจากกรรมการผู้จัดการ

ตลอดระยะเวลากว่า 13 ปี ที่ บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินธุรกิจผลิตน้ำประปาให้กับการประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่สมุทรสาคร-นครปฐม และพื้นที่ปทุมธานี-รังสิต บริษัทฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการผลิตน้ำประปาที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานและตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดต่อลูกค้าและผู้ใช้น้ำ รวมถึงการคำนึงถึงความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนต่อองค์กร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดมา

ที่ผ่านมา บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอยู่บนพื้นฐานของแนวคิดการบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจรและพร้อมใช้สำหรับทุกคน รวมถึงการมีส่วนร่วมในการดูแลและรับผิดชอบต่อสังคมไปพร้อมๆ กัน เมื่อปี 2559 บริษัทฯ ได้ยกระดับการดำเนินธุรกิจมุ่งสู่ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs (Sustainable Development Goals) เพื่อให้สอดคล้องตามบริบทและมาตรฐานสากล รวมถึงการยกระดับความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) ขึ้นมาเป็นกลยุทธ์ในการเสริมสร้างภาพพจน์ของแบรนด์องค์กร เป็น การสร้างคุณค่าร่วม หรือ CSV (Creating Shared Value) เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันระหว่างองค์กรกับสังคม เช่น การดำเนินโครงการวิจัยตะกอนประปาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งชุมชนมีความต้องการและมีความสามารถจะดำเนินการได้ อันได้แก่ ดินปลูกต้นไม้ วัสดุก่อสร้าง เชื้อเพลิงอัดแท่ง หรือเซรามิค เป็นต้น ถือได้ว่าเป็นการต่อยอดที่สูงขึ้นไปจาก CSR แบบดั้งเดิม

ตลอดปี 2560 บริษัทฯ ยังคงดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและสร้างคุณค่าเพิ่ม เพื่อนำความยั่งยืนมาสู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ตามแนวคิด “คุณภาพน้ำ คุณภาพชีวิต” โดยการส่งมอบน้ำประปาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานแก่ผู้ใช้น้ำในพื้นที่ดำเนินธุรกิจปัจจุบัน รวมประมาณ 282 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อนำไปใช้ในการอุปโภคบริโภคและการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของประชาชนของประเทศดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการก่อสร้างโรงผลิตน้ำประปาแห่งที่สอง ที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร แล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างกระบวนการทดสอบระบบ โดยมีกำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และสามารถขยายเพิ่มได้สูงสุด 400,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยใช้เทคโนโลยีเมมเบรนที่ทันสมัยและใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาคเอเชีย

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า จึงออกแบบกระบวนการผลิตน้ำประปาที่ไม่มีการสูญเสียน้ำในกระบวนการผลิต หรือ Zero Discharge นอกจากนี้ได้มีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดูแลสิ่งแวดล้อมตามแหล่งน้ำสำคัญ เช่น สนับสนุนกิจกรรมชมรมเรารักแม่น้ำท่าจีน ในการเฝ้าระวังดูแลฟื้นฟูคุณภาพน้ำของลุ่มน้ำท่าจีนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปลูกป่าต้นน้ำ ภายใต้โครงการ “1 ล้านกล้า สร้างป่าต้นน้ำ” ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2560 รวมเป็นพื้นที่ 5,000 ไร่ คิดเป็นจำนวน 1,000,000 ต้น ครบตามเป้าหมายของโครงการ ซึ่งได้ส่งมอบให้กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชรับมอบเป็นสมบัติของชาติแล้ว

นอกจากนี้ ยังได้มีการต่อยอดโครงการเดิมโดยดำเนินโครงการฝายชะลอน้ำและจัดกิจกรรมอบรมอาสาสมัครป้องกันไฟป่า ในพื้นที่โครงการ “1 ล้านกล้า สร้างป่าต้นน้ำ” เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของต้นไม้ที่ปลูกให้รอดพ้นจากไฟป่า โครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำใต้ดินและช่วยบรรเทาผลกระทบจากภาวะภัยแล้งในอนาคต เพื่อให้มั่นใจได้ว่า บริษัทฯ จะมีแหล่งกำเนิดของน้ำที่สะอาดนำมาหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตประชาชนฝั่งตะวันตกของประเทศ และยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการเพิ่มปริมาณออกซิเจน และลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศด้วย

ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจสู่ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” บนพื้นฐานของความสมดุลทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับรางวัล “หุ้นยั่งยืน” และ รางวัล “ESG100” ประจำปี 2560 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ จากสถาบันไทยพัฒน์ ตามลำดับ เป็นการได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของคณะผู้บริหารและพนักงานที่มีส่วนร่วมในการผลักดันการดำเนินงานไปสู่ความสำเร็จนี้

บริษัทฯ ตระหนักดีว่าการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มประเทศอาเซียน เราไม่อาจทิ้งเพื่อนบ้านผู้ใดผู้หนึ่งไว้ข้างหลัง จึงได้ศึกษาแนวทางเข้าไปช่วยเสริมสร้าง “คุณภาพน้ำ คุณภาพชีวิต” ในประเทศเพื่อนบ้าน และในปลายปี 2560 บริษัทฯ ได้เป็นเอกชนต่างชาติรายแรกที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ให้ดำเนินโครงการผลิตน้ำประปาขนาดใหญ่ที่เมืองเมาะลำไย ถือได้ว่าบริษัทฯ เป็นส่วนหนึ่งของการตอบสนองเป้าหมายความยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติข้อที่ 6 ด้วยการทำให้ประชาชนนับสิบล้านคนในประเทศและช่วยให้ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนมีน้ำดื่มน้ำใช้ที่สะอาดและมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล

รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปี 2560 จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนได้รับทราบ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะสามารถสื่อสารให้ได้รับทราบถึงปรัชญา แนวคิด วิสัยทัศน์ กระบวนการ และแนวทางในการบริหารจัดการธุรกิจเพื่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ การเขียนรายงานฉบับนี้ ได้อ้างอิงกรอบการรายงานมาตรฐานสากล Global Reporting Initiative (GRI:G4) สำหรับทิศทางการเขียนรายงาน ปี 2561 จะปรับเป็นมาตรฐาน GRI: Standard

สุดท้ายนี้ ในนามคณะผู้บริหารและพนักงานทุกคน ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น คู่ค้า ลูกค้า ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ที่ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา และบริษัทฯ จะยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยพร้อมที่จะเติบโตด้วยการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value) ร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน และดำเนินธุรกิจมุ่งสู่ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs (Sustainable Development Goals) เพื่อการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป

นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์
กรรมการผู้จัดการ