สารจากกรรมการผู้จัดการ

สารจากกรรมการผู้จัดการ

ทีทีดับบลิว ตระหนักและเห็นความสำคัญของ การจัดการทรัพยากรน้ำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจขององค์กรในการ ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance)

ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง ความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพของการเติบโต ในระยะยาวขององค์กร

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทาย ในปี 2567 ทีทีดับบลิว ยังคงยึดมั่นในการบริหารจัดการธุรกิจผลิตน้ำประปาและบำรุงรักษาระบบผลิตน้ำประปาให้แก่การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) รวมถึงธุรกิจผลิตน้ำประปาและบำบัดน้ำเสียให้แก่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอินและนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ชลบุรีและระยอง เพื่อรักษาความเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจน้ำอย่างครบวงจร พร้อมส่งมอบบริการการผลิตน้ำประปาและบำบัดน้ำเสีย ที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน” โดยยึดมั่นแนวทางการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social และ Governance) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพของการเติบโตในระยะยาวขององค์กร

ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ทีทีดับบลิว ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่ออุณหภูมิ และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ในอนาคตอาจเกิดภาวะขาดแคลนน้ำและภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมและภัยแล้ง รวมถึงปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ทีทีดับบลิวจึงต้องมีการปรับตัว เพื่อรองรับวิกฤตน้ำตามรายงานฉบับนี้ ภายใต้แนวคิด “Water Resilience in a Changing Climate” ด้วยการควบคุมกระบวนการผลิตแบบไม่สูญเสียน้ำ (Zero Discharge) การเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมถึงการจัดทำโครงการอนุรักษ์และปรับปรุงคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติร่วมกับภาครัฐและชุมชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ทีทีดับบลิว ให้ความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานฟอสซิล สู่พลังงานสะอาด โดยการติดตั้งระบบไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ได้แก่ Rooftop Solar Cell และ Floating Solar Cell ที่สถานีจ่ายน้ำประปาและโรงผลิตน้ำประปา เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการทางธุรกิจ โดยมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ.2050) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero emission) ในปี พ.ศ. 2608 (ค.ศ.2065)

ด้านสังคม (Social) ทีทีดับบลิว มุ่งมั่นจะเป็นองค์กรต้นแบบในการรับผิดชอบต่อสังคม โดยการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีและความปลอดภัยในการทำงาน ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ และความก้าวหน้าในสายอาชีพของพนักงาน รวมถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน การสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในชุมชนเปรียบเสมือนเพื่อนบ้านที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน (Human Rights) อย่างเท่าเทียม และการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินความเสี่ยงที่อยู่ภายใต้การดำเนินธุรกิจขององค์กร และดำเนินการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินงาน ภายใต้หลักการของสหประชาชาติ (UNGPs) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

ด้านธรรมาภิบาล (Governance) ทีทีดับบลิว ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจด้านสาธารณูปโภค เพื่อยกระดับความเป็นอยู่และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในสังคมที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นความมีประสิทธิภาพความโปร่งใสเป็นธรรมตรวจสอบได้และ ยึดหลักตามกฎหมายสอดคล้องตามนโยบายบรรษัทภิบาล นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน คู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งปฏิบัติตนตามคุณค่าองค์กร (Corporate Values) ด้วยการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) ทำงานเชิงรุกด้วยความคิดริเริ่ม (Proactive & Initiative) และทำงานเป็นทีม (Teamwork) เพื่อดำเนินธุรกิจให้บรรลุวิสัยทัศน์และพันธกิจบนพื้นฐานของความพึงพอใจและผลประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการขององค์กร ให้ไปสู่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในระดับสากล ด้วยความมุ่งมั่นในแนวทางการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืน

ทีทีดับบลิว ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย "Corporate Governance Report of Thai Listed Companies 2024" จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยในระดับ “ดีเลิศ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ได้รับการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2567 หรือ “AGM Checklist” ที่ 100 คะแนน เต็ม (5 เหรียญ) โดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย และได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรและตราสารหนี้โดยทริสเรทติ้ง (TRIS Rating) ที่ระดับ “AA-” แนวโน้ม “คงที่” (Stable) ต่อเนื่องตลอดมาจากความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดได้ดี รวมถึงได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืนต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยมีรายชื่ออยู่ใน “SET ESG Rating” ประจำปี 2567 ในระดับ AA และได้รับรางวัลเกียรติคุณ “Sustainability Disclosure Award 2024" สำหรับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานและการรายงานของ GRI จากสถาบันไทยพัฒน์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 รวมถึงได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 นอกจากนี้ ทีทีดับบลิว ได้เข้าร่วมประเมินด้านความยั่งยืนระดับสากล S&P Global ESG Score 2024 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งผล การประเมินมีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับ

ในนามของ บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) ขอขอบคุณผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนที่ได้มอบความไว้วางใจและให้การสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของทีทีดับบลิวด้วยดีเสมอมา ทีทีดับบลิว ยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องให้กับธุรกิจบนหลักรรรมภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคมและการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามพันรกิจองค์กรบนพื้นฐานของความพึงพอใจและ ประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเท่าเทียม

วลัยณัฐ ตรีวิศวเวทย์

กรรมการผู้จัดการ