ประเด็นความยั่งยืนกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

ประเด็นความยั่งยืนกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

การดำเนินงานตามแนวทางข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact)

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญในการสนับสนุนข้อตกลงระดับโลกของสหประชาชาติ โดยมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานการตามหลักการความยั่งยืนแบบสากล เพื่อนำไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การสหประชาชาติ นั่นคือ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (UN SDGs) ซึ่งบริษัทฯ ได้นำมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กร

การวิเคราะห์ประเด็นความยั่งยืน

บริษัทฯ ประเมินและจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความยั่งยืนที่บริษัทฯ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ความสำคัญร่วมกัน โดยพิจารณาร่วมกับปัจจัยความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุปทานอ้างอิงตามกรอบการรายงานความยั่งยืนสากล GRI (Global Reporting Initiative) ฉบับ GRI Standard 2021 ในปี 2568 บริษัทฯ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ความสำคัญร่วมกันต่อประเด็นความยั่งยืน จำนวน 19 ประเด็น โดยจัดลำดับความสำคัญได้ดังนี้

จำนวนประเด็นความยั่งยืน
ความสำคัญระดับสูง
ความสำคัญระดับปานกลาง
ความสำคัญระดับต่ำ
มิติบรรษัทภิบาล/เศรษฐกิจ
ดำเนินธุรกิจให้บรรลุวิสัยทัศน์และพันธกิจบนพื้นฐาน ของความพึงพอใจและผลประโยชน์สูงสุด ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ประเด็นความยั่งยืน
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
มิติสังคม/สิทธิมนุษยชน
ดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม ดูแลรับผิดชอบต่อชุมชน และสังคม ทั้งในและนอกพื้นที่บริการ
ประเด็นความยั่งยืน
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
มิติสิ่งแวดล้อม
มุ่งมั่นดูแลสิ่งแวดล้อมทั้งภายในกระบวนการผลิต การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาสมดุลระบบนิเวศอย่างยั่งยืน
ประเด็นความยั่งยืน
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

มิติบรรษัทภิบาล/เศรษฐกิจ

1. การบริหารจัดการด้านภาษี
การเปิดเผยข้อมูลตาม GRI: GRI201-1, GRI201-3 to GRI201-4, GRI207-1 to GRI207-4
แนวทาง วิธีการ ความเสี่ยง โอกาส
ปฏิบัติตามนโยบายด้านภาษี ความรับผิดชอบในการเป็นผู้เสียภาษีตามแนวทางที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนมีการปฏิบัติทางด้านภาษีเพื่อให้บริษัทฯ ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เหมาะสม ถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม ประสานงาน ติดต่อกับหน่วยงานภาษีของรัฐบาล โดยให้ข้อมูลทางภาษีที่ถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริงในการดำเนินธุรกิจ หากการจัดการภาษีไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน อาจจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เช่น ผลกระทบทางการเงิน และผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ เป็นต้น การปฏิบัติตามกฎหมายครบถ้วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
มีการให้ความรู้ คำปรึกษากับหน่วยงานต่างๆ และพนักงานภายในบริษัทฯ เกี่ยวกับภาษีอากร เพื่อให้ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายภาษีอากร ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนและโปร่งใส
จัดให้มีที่ปรึกษาด้านภาษีอากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และให้คำปรึกษาเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและถูกต้องตามแนวทางที่กฎหมายกำหนด
2. การกํากับดูแลกิจการ
การเปิดเผยข้อมูลตาม GRI: GRI2-9 to GRI2-30, GRI206-1, GRI405-1 to GRI405-2, GRI406-1, GRI411-1
แนวทาง วิธีการ ความเสี่ยง โอกาส
ปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการ หน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท ความโปร่งใส และการรายงาน ทบทวนนโยบายการกํากับดูแลกิจการ การไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณการดําเนินธุรกิจของบริษัทฯ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว การมีหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดี ความโปร่งใส การบริหารจัดการความเสี่ยงครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ของบริษัทฯ ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืนในอนาคต
รายงานผลการกํากับดูแลกิจการแก่คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง บรรษัทภิบาล และความยั่งยืน
ดําเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม
ถ่ายทอดความรู้ด้านจรรยาบรรณการดําเนินธุรกิจแก่พนักงานทุกระดับ
เผยแพร่ความรู้ด้านจรรยาบรรณการดําเนินธุรกิจบนเว็บไซต์
3. การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
การเปิดเผยข้อมูลตาม GRI: GRI205-1 to GRI205-3
แนวทาง วิธีการ ความเสี่ยง โอกาส
ปฏิบัติตามนโยบายการป้องกันและต่อต้านการทุจริต การให้หรือรับสินบน จรรยาบรรณการดําเนินธุรกิจรวมทั้ง กฎ ระเบียบ และข้อบังคับของบริษัทฯ โดยต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนด้วยความโปร่งใส การไม่ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันและต่อต้านการทุจริต การให้หรือรับสินบน จรรยาบรรณการดําเนินธุรกิจของบริษัทฯ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว การปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันและต่อต้านการทุจริต การให้หรือรับสินบน จรรยาบรรณการดําเนินธุรกิจของบริษัทฯ จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นและความยั่งยืนของธุรกิจ รวมถึงลดความเสียหายที่เกิดจากการจากการทุจริตคอร์รัปชัน
ไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการแสดงถึงเจตนาว่าเป็นการทุจริต คอร์รัปชัน การให้หรือรับสินบนแก่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ในเรื่องที่ตนมีหน้าที่รับผิดชอบ ทั้งทางตรงหรือโดยอ้อม ผลกระทบหรือความเสียหายเกิดจากการทุจริต คอร์รัปชันโดยอาจมีความเสียหายเป็นตัวเงินหรือไม่เป็นตัวเงิน
ไม่ละเลยหรือเพิกเฉย เมื่อพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายการทุจริตและคอร์รัปชันที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ
การไม่จ่ายเงินหรือให้สิ่งของมีค่าหรือบริการ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการ หรือละเว้นกระทำการใด ๆ อันเป็นการผิดกฎหมาย
4. การบริหารความเสี่ยง
การเปิดเผยข้อมูลตาม GRI: GRI201-2
แนวทาง วิธีการ ความเสี่ยง โอกาส
บริหารจัดการความเสี่ยงองค์กรให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงให้กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร ทบทวนนโยบายการบริหารความเสี่ยง สถานการณ์ปัจจุบันมีความเสี่ยงใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่คาดเดาได้ยาก อาจส่งผลกระทบต่อการดําเนินธุรกิจของบริษัทฯ การบริหารความเสี่ยงเป็นหัวใจสำคัญของการเตรียมความพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายขององค์กร
ทบทวนการประเมินความเสี่ยงองค์กร สามารถวางแผนและบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ศึกษาวิเคราะห์การประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (ESG) สามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ศึกษาวิเคราะห์ประเด็นความเสี่ยงใหม่ขององค์กร (Emerging Risk)
จัดอบรมหลักสูตรด้านการบริหารความเสี่ยงแก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน
รายงานผลการบริหารความเสี่ยงแก่คณะเจ้าหน้าที่บริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง บรรษัทภิบาล และความยั่งยืน ตามวงรอบที่กําหนด
5. การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
การเปิดเผยข้อมูลตาม GRI: GRI2-6, GRI201-2
แนวทาง วิธีการ ความเสี่ยง โอกาส
การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) เพื่อให้องค์กรสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการในระดับที่ยอมรับได้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด แม้ในยามธุรกิจหยุดชะงัก ทบทวนระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อรองรับกรณีหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด หากการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจไม่มีประสิทธิภาพอาจส่งผลกระทบให้เกิดการหยุดชะงักของกระบวนการทางธุรกิจ รวมถึงส่งผลกระทบต่อองค์กรทั้งในด้านการเงิน ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการแข่งขัน BCM เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรรับมือกับความไม่แน่นอนทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน ลดผลกระทบต่อธุรกิจหยุดชะงัก และฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
ซ้อมแผนฉุกเฉินหรือการระงับเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินตามแผนที่กำหนด เพื่อให้ธุรกิจดําเนินไปได้อย่างไม่หยุดชะงัก
6. ความรับผิดชอบต่อสินค้าและบริการ
การเปิดเผยข้อมูลตาม GRI: GRI203-1 to GRI203-2, GRI416-1 to GRI416-2, GRI417-1 to GRI417-3, GRI418-1
แนวทาง วิธีการ ความเสี่ยง โอกาส
ความรับผิดชอบในการผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า รวมถึงการประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสินค้าและบริการของบริษัทฯ ทบทวนนโยบายคุณภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงวัตถุประสงค์คุณภาพและสิ่งแวดล้อม ความผันผวนของต้นทุน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค อัตราแลกเปลี่ยน และปัญหาสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่อง การแข่งขัน และความเชื่อมั่นของลูกค้า นำพาองค์กรให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศด้านสินค้าและบริการที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล
มาตรฐานการผลิตน้ำประปาด้านคุณภาพ เพียงพอ และต่อเนื่อง ลูกค้ามีความพึงพอใจในการใช้สินค้าและบริการ ส่งผลให้องค์กรเป็นที่ยอมรับและได้เปรียบคู่แข่งขัน
ระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001 และระบบบริหารงานสิ่งแวดล้อม ISO 14001
ให้คําปรึกษาและเข้าร่วมประชุมหารือการทํางานอย่างสม่ำเสมอ
จัดหลักสูตรอบรมพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถให้แก่ลูกค้า
สนับสนุนกิจกรรมสัมพันธ์ของลูกค้า

มิติสังคม/สิทธิมนุษยชน

มิติสิ่งแวดล้อม

1. การบริหารห่วงโซ่อุปทานด้านสิ่งแวดล้อม
การเปิดเผยข้อมูลตาม GRI: GRI308-1 to GRI308-2
แนวทาง วิธีการ ความเสี่ยง โอกาส
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานด้านสิ่งแวดล้อมกับคู่ค้า เช่น สร้างการมีส่วนร่วมกับคู่ค้าในการพัฒนาสินค้าเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทบทวนนโยบายคุณภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงวัตถุประสงค์คุณภาพและสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงในการหยุดชะงักของธุรกิจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน ความได้เปรียบทางการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ
ทบทวนจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ลดต้นทุนระยะยาวจากการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
คู่ค้าทุกรายรับทราบและปฏิบัติตามนโยบายคุณภาพและสิ่งแวดล้อม และจรรยาบรรณคู่ค้า ลดความเสี่ยงทางกฎหมายและชื่อเสียง
จัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Procurement) สร้างความไว้วางใจให้กับคู่ค้า ลูกค้า และนักลงทุน
ปฏิบัติตามข้อบังคับและกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศและท้องถิ่น
คู่ค้าประกอบธุรกิจให้สอดคล้องตามกฎหมายความปลอดภัยและอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
2. การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
การเปิดเผยข้อมูลตาม GRI: GRI3-1 to GRI3-3
แนวทาง วิธีการ ความเสี่ยง โอกาส
กระบวนการที่ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทบทวนนโยบายคุณภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงวัตถุประสงค์คุณภาพและสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลือง ส่งผลให้เกิดภาวะการขาดแคลนทรัพยากร การบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มผลผลิต แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดความสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงาน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
กำหนดเป้าหมายการใช้ทรัพยากร เช่น น้ำ สารเคมี และพลังงานไฟฟ้า เป็นต้น ความไม่ต่อเนื่องในกระบวนการจัดหาวัตถุดิบและคุณภาพของวัตถุดิบที่ลดลง อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการผลิตของคู่ค้า การดำเนินงานของพนักงาน ความล่าช้าในการส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า รวมถึงคุณภาพของสินค้าที่อาจลดลง
การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
3. การจัดการของเสียและวัสดุเหลือใช้
การเปิดเผยข้อมูลตาม GRI: GRI301-1 to GRI301-3, GRI306-1 to GRI306-5
แนวทาง วิธีการ ความเสี่ยง โอกาส
การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดการเกิดของเสีย และการเพิ่มการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ทบทวนนโยบายคุณภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงวัตถุประสงค์คุณภาพและสิ่งแวดล้อม ของเสียจากกระบวนการผลิตน้ำประปา อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม หากไม่ได้กำจัดอย่างถูกวิธี การวิจัยพัฒนาของเสีย (ตะกอน) เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ โดยการเพิ่มมูลค่าให้กับของเสียตามหลักการ 3Rs และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อนำผลิตภัณฑ์ที่ได้ไปช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่บริการ
กำหนดเป้าหมายการจัดการของเสีย ในอนาคตกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมอาจส่งผลต่อต้นทุนการจัดการของเสีย
การบริหารจัดการของเสียไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการดําเนินธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
4. การบริหารจัดการน้ำ
การเปิดเผยข้อมูลตาม GRI: GRI301-1 to GRI301-3, GRI303-1 to GRI303-5
แนวทาง วิธีการ ความเสี่ยง โอกาส
การจัดสรรและใช้น้ำเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตน้ำประปาอย่างรู้คุณค่า และการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำให้คงอยู่และมีใช้อย่างยืนยาว รวมถึงการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากทรัพยากรน้ำทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ทบทวนนโยบายคุณภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงวัตถุประสงค์คุณภาพและสิ่งแวดล้อม ปัญหาน้ำท่วม อุทกภัย และภัยแล้งที่รุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำและห่วงโซ่อุปทานของการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โอกาสในการพัฒนาตรวจสอบการใช้น้ำอัจฉริยะ, อุปกรณ์ลดการใช้น้ำ และระบบบำบัดน้ำเสียขั้นสูง
กำหนดเป้าหมายการลดการใช้น้ำ การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ นโยบายการบริหารน้ำ ส่งผลให้ต้นทุนค่าน้ำดิบเพิ่มขึ้น การบริการจัดการน้ำครบวงจร โดยให้บริการเป็นที่ปรึกษาในการออกแบบระบบบริหารจัดการน้ำ
นําน้ำเหลือทิ้งจากขั้นตอนการรีดตะกอนกลับมาใช้ในกระบวนการผลิตน้ำประปาใหม่ ผลกระทบจากการไม่ดูแลน้ำเสียหรือแย่งชิงน้ำจากชุมชน ส่งผลต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของบริษัทฯ ลงทุนในระบบนำน้ำทิ้งกลับมาบำบัดเพื่อใช้ใหม่ในกระบวนการผลิต (Recycle) หรือใช้ซ้ำ (Re-use) เช่น การเปลี่ยนน้ำ Con-densate ให้เป็นน้ำสะอาด ซึ่งลดต้นทุนค่าน้ำดิบและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
จัดทําโครงการตอบสนองความต้องการใช้น้ำประปาแก่ประชาชน ร่วมกับ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงน้ำประปาที่ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึง คุณภาพน้ำไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ส่งผลต่อกระบวนการผลิตน้ำประปา ธุรกิจที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการจัดการน้ำ (เช่น AWS - Alli-ance for Water Stewardship) สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวได้ง่ายขึ้น
ดูแลและเฝ้าระวังแหล่งน้ำร่วมกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง
5. การอนุรักษ์พลังงาน
การเปิดเผยข้อมูลตาม GRI: GRI302-1 to GRI302-5
แนวทาง วิธีการ ความเสี่ยง โอกาส
การใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่า โดยการสร้างค่านิยมและจิตใต้สำนึกการใช้พลังงาน อย่างรู้คุณค่า การวางแผนและควบคุมการใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงการใช้พลังงานสะอาดที่ได้จากธรรมชาติ ทบทวนนโยบายคุณภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงวัตถุประสงค์คุณภาพและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันเศรษฐกิจมีความเปราะบางต่อความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก รวมถึงการใช้พลังงานฟอสซิลยังเป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่งผลต่อภาวะโลกร้อน และเป็นความท้าทายระดับโลกที่ทุกองค์กรในประเทศไทยต้องร่วมรับผิดชอบ การลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้องค์กรสามารถนำทรัพยากรที่ประหยัดได้ไปใช้ในด้านอื่นๆ เพื่อพัฒนาและเติบโต
กำหนดเป้าหมายการลดการใช้พลังงาน วิธีการใหม่ๆ ในการประหยัดพลังงานและปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานจะช่วยกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในองค์กร
เข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พลังงานของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานกระทรวงพลังงาน
กำหนดมาตรการควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในองค์กร
จัดทําโครงการประหยัดพลังงาน โดยการใช้พลังงานสะอาด เช่น Solar Rooftop และ Solar Floating
6. การบริหารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การเปิดเผยข้อมูลตาม GRI: GRI305-1 to GRI305-7
แนวทาง วิธีการ ความเสี่ยง โอกาส
การกำหนดเป้าหมาย นโยบาย กลยุทธ์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การบริหารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ และแผนการดำเนินงาน รวมถึงทบทวนและติดตามผลการดำเนินงานจากแผนการปฏิบัติงานที่กำหนดไว้ ทบทวนนโยบายคุณภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงวัตถุประสงค์คุณภาพและสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนความเสี่ยงที่เกิดจากภัยธรรมชาติ สามารถส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และอาจก่อให้เกิดการหยุดชะงักของการดำเนินธุรกิจในห่วงโซ่คุณค่า นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อการประเมินมูลค่าของสินทรัพย์ มูลค่าธุรกิจ และความปลอดภัยของพนักงาน การลงทุนในแหล่งก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นพลังงานที่สะอาดมากกว่าน้ำมัน และแสวงหาวิธีในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้สอดคล้องกับแนวทางเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก (Nationally Determined Contribution: NDC)
ทบทวนนโยบายการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
ทบทวนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ทบทวนรายชื่อและบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการความยั่งยืน และคณะทำงานพัฒนาความยั่งยืน
จัดทำโครงการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organiza-tion:CFO) และโครงการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product:CFP)
ร่วมมือกับองค์การบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Net Zero 2050
จัดทําโครงการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Procure-ment)
ส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กร
7. การบริหารความหลากหลายทางชีวภาพ
การเปิดเผยข้อมูลตาม GRI: GRI304-1 to GRI304-4
แนวทาง วิธีการ ความเสี่ยง โอกาส
การอนุรักษ์ปกป้องและส่งเสริมการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนจากทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ทบทวนนโยบายคุณภาพและสิ่งแวดล้อม รวมถึงวัตถุประสงค์คุณภาพและสิ่งแวดล้อม หากบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพไม่เหมาะสมและไม่ครอบคลุมผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ อาจส่งผลกระทบต่อความขาดแคลนทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ รวมถึงอาจเกิดข้อขัดแย้งในการแย่งชิงการใช้ทรัพยากรในอนาคต หากบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพมีประสิทธิภาพ ย่อมส่งผลให้ความเสี่ยงในการขาดแคลนทรัพยากรและต้นทุนลดลง
จัดทํานโยบายความหลากหลายทางชีวภาพ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพเป็นความเสี่ยงเร่งด่วนต่อธุรกิจ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุน
จัดทําตะแกรงปิดบริเวณด้านหน้าท่อสูบน้ำดิบ เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาและสัตว์น้ำเข้าสู่กระบวนการผลิต
นําน้ำเหลือทิ้งจากขั้นตอนการรีดตะกอนกลับมาใช้ในกระบวนการผลิตน้ำประปาใหม่ เพื่อป้องกันการปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำเจ้าพระยา
จัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการดูแลอนุรักษ์แม่น้ำท่าจีนและคูคลองสาขา
จัดทําโครงการปุ๋ยหมัก รักษ์ดิน รักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อลดปริมาณของเสียที่นำไปกำจัด
จัดทำโครงการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจ
ควบคุมการเกิดมลพิษทางอากาศในกระบวนการผลิต