เศรษฐกิจ
บริษัทฯ ได้จัดทำจรรยาบรรณทางธุรกิจ เพื่อเป็นหลักการและแนวปฏิบัติสำหรับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน รวมถึงได้จัดให้มีการสื่อสารและกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีแก่พนักงาน โดยยึดหลักสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ได้แก่ ธรรมาภิบาลเป็นกรอบ รับผิดชอบโปร่งใส พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย
Responsibility : สำนึกต่อหน้าที่รับผิดชอบ
Responsibility : สำนึกต่อหน้าที่รับผิดชอบ
Accountability : รับผิดชอบต่อการตัดสินใจและการกระทำ
Equitable Treatment : ปฏิบัติต่อผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน
Transparency : โปร่งใส เปิดเผยข้อมูลและตรวจสอบได้
Promotion of Best Practice : การส่งเสริมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ
มีกิจกรรมหลัก ดังนี้
  • การเผยแพร่ข้อมูลและแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี ให้แก่คณะกรรมการผู้บริหาร และพนักงาน รวมถึงข้อมูล ข่าวสาร ของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องกับมติคณะกรรมการและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้พนักงานในกลุ่มบริษัททราบผ่านทางระบบอินทราเน็ตขององค์กร
  • การรายงานการปฏิบัติของบริษัทฯ ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและข้อเสนอแนะให้คณะกรรมการบรรษัทภิบาล และคณะกรรมการบริษัทฯ ทราบ
  • การจัดอบรมเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี เช่น การบรรยายและอบรมเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้แก่พนักงานเข้าใหม่ของบริษัทฯ
คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯได้ปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการและติดตามผลการปฏิบัติตามแผนการดำเนินงานอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ ไม่มีสถานการณ์ใดที่การปฏิบัติไม่เป็นไปตามนโยบาย จากความมุ่งมั่นดังกล่าวส่งผลให้ บริษัทฯ ได้รับรางวัลและการรับรองการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดังนี้
ผลการประเมิน การกำกับดูแลกิจการ โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
2557 2558 2559 2560
อยู่ในระดับดีมาก
อยู่ในระดับดีมาก
อยู่ในระดับดีมาก
อยู่ในระดับดีมาก
ผลการประเมินคุณภาพการจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี (คะแนนเต็ม 100)
2557 2558 2559 2560
100
อยู่ในระดับดีเยี่ยม
100
อยู่ในระดับดีเยี่ยม
100
อยู่ในระดับดีเยี่ยม
100
อยู่ในระดับดีเยี่ยม
บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการปรับปรุงกระบวนการภายในเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน และสามารถตรวจสอบได้ บริษัทฯ ได้ประกาศเจตนารมณ์เป็นแนวร่วมปฎิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต โครงการแนวร่วมปฏิบัติภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต Collective Action Coalition of the Private Sector Against Corruption (CAC) ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมบุคลากรทุกระดับให้มีจิตสำนึกในการต่อต้านการทุจริต การให้หรือรับสินบน โดยบริษัทฯ ได้ประกาศนโยบายการป้องกันและต่อต้านการทุจริต การให้หรือรับสินบน เพื่อให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานได้รับทราบและนำไปปฏิบัติ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2559 และได้มีการเผยแพร่ทางเวบไซด์ของบริษัทฯ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายการคัดกรองและตรวจสอบคู่ค้า เพื่อการบริหารจัดการด้านการคัดกรองและตรวจสอบคู่ค้ามีความถูกต้อง โปร่งใส ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และมีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการคัดเลือกคู่ค้าเพื่อดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจกับองค์กร ซึ่งนโยบายการป้องกันและต่อต้านการทุจริต การให้หรือรับสินบน และนโยบายการคัดกรองและตรวจสอบคู่ค้าได้ส่งอีเมล์ให้พนักงานได้รับทราบและมีการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ
บริษัทฯ ได้จัดเตรียมเอกสารเพื่อยื่นเสนอเข้าเป็นภาคีแนวร่วมการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นต่อสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เป็นแบบประเมินตนเองในการตอบแบบสอบถามของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ได้ประกาศเจตนารมณ์แล้ว เข้าเป็นภาคีแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น นอกจากนี้ ส่งเสริมให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นและร่วมรณรงค์ปลูกฝังคนในองค์กรด้วยการจัดทำเครื่องมือช่วยจำ (ที่คั่นหนังสือ) ให้กับพนักงานทุกคน
การบริหารความเสี่ยงองค์กร
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการความเสี่ยงทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ “เป็นบริษัทชั้นนำของประเทศในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับน้ำ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม” ภายใต้ความไม่แน่นอนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การบริหารจัดการความเสี่ยงถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจและการเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยคณะกรรมการบริษัทฯ ได้กําหนดนโยบายบริหารความเสี่ยง ซึ่งนโยบายนี้มีผลบังคับใช้ในการปฏิบัติงานของผู้บริหารและพนักงานทุกท่านและมีการเผยแพร่ทางเว็บไซด์ของบริษัทฯ
โครงสร้างการบริหารความเสี่ยงที่ดีจะทำให้กระบวนการบริหารความเสี่ยงขององค์กรเป็นไปตามมาตรการที่วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันบริษัทฯ ได้กำหนดให้มีคณะเจ้าหน้าที่บริหารความเสี่ยงและคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเป็นผู้กำกับดูแลในเรื่องดังกล่าว โดยมีโครงสร้างการบริหารความเสี่ยงขององค์กร ดังแสดงข้อมูลตามแผนภาพด้านล่าง
การกำกับดูแล การติดตามตรวจสอบ การดำเนินงาน
คณะกรรมการบริษัทฯ
- คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
- คณะกรรมการตรวจสอบ
- ผู้บริหารระดับฝ่ายขึ้นไป/ทีมงาน
- เลขานุการคณะกรรมการความเสี่ยง
- ผู้ตรวจสอบภายใน
ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ
1. ผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ผลการดำเนินงานของบริษัทที่เข้าร่วมลงทุนต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ บริษัทฯ มีการติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมเป็นประจำทุกไตรมาส ซึ่งการประชุมคณะกรรมการแต่ละไตรมาสของบริษัทร่วมจะรายงานผลเกี่ยวกับการดำเนินงาน ฐานะการเงิน และการบริหารความเสี่ยง โดยจะนำมาวิเคราะห์ผลการดำเนินงานรวมของบริษัทฯ เพื่อจะได้บริหารความเสี่ยงในแต่ละด้านที่มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เหมาะสมต่อสถานะการณ์ บริษัทฯ ดำเนินการตรวจประเมินสถานะทางการเงินของบริษัทร่วมทุกไตรมาสและทุกสิ้นปีพบว่า บริษัทฯ มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง มีสภาพคล่องที่ดี มีผลการดำเนินงานเป็นบวกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีนโยบายที่จะลงทุนโดยยึดหลักดำเนินการอย่างระมัดระวังและสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ เพื่อไม่ให้ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น
2. ความสามารถในการเพิ่มรายได้และการทำกำไรในอนาคตลดลง
สัญญาซื้อ-ขายน้ำประปาของบริษัท ประปาปทุมธานี จำกัด จะสิ้นสุดสัญญาในปี 2566 บริษัทฯ จะต้องหาธุรกิจใหม่ที่สร้างรายได้ทดแทนธุรกิจเดิมที่จะสิ้นสุดสัญญาในอนาคต เนื่องจากรายได้จะลดลงในปี 2566 แนวทางการหาธุรกิจทดแทนบริษัทฯ จะต้องหาข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐให้มากขึ้น เพื่อจะได้มีแนวทางในการลงทุนหรืออาจจะต้องหาพันธมิตรในการดำเนินธุรกิจ และต้องหาแนวทางในการลงทุนใหม่ในอนาคตเพื่อเสริมสร้างและหามาตรการในการลดผลกระทบต่อความเสี่ยงด้านรายได้ขององค์กร
ความเสี่ยงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
นอกจากความเสี่ยงในด้านเศรษฐกิจแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมในห่วงโซ่อุปทานของบริษัทฯ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของน้ำดิบที่บริษัทฯ นำเข้ามาเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำประปา อาทิเช่น การสูบน้ำดิบจากแหล่งน้ำผิวดินมาใช้ในการผลิตน้ำประปามากเกินไปอาจจะส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรในช่วงหน้าแล้ง หรือ กระบวนการผลิตน้ำประปาต้องใช้สารเคมีในการบำบัดน้ำหากสารเคมีรั่วไหลอาจจะส่งผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่บริเวณใกล้เคียง หรือ ถังน้ำใสที่จัดเก็บน้ำประปาแตกอาจจะส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหายจากน้ำที่ไหลออกมากเกินความจำเป็น รวมทั้งประชาชนอาจจะได้รับความเดือดร้อนจากการไม่มีน้ำประปาใช้อุปโภคบริโภค ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไว้ทุกขั้นตอนที่คาดว่าจะเกิดผลกระทบดังกล่าว
การจัดหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การส่งมอบสินค้า การบริการ
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- คู่ค้า/ผู้ส่งมอบ
- ชุมชน/สังคม
- พนักงาน
- ลูกค้า
- คู่ค้า/ผู้ส่งมอบ
- ผู้ถือหุ้น/นักลงทุน
- ชุมชน/สังคม
- สิ่งแวดล้อม
- พนักงาน
- ลูกค้า
- ผู้ถือหุ้น/นักลงทุน
- ชุมชน/สังคม
- ลูกค้า
- ชุมชน/สังคม
ประเด็นผลกระทบ
- สิทธิมนุษยชน
- การปฏิบัติที่เป็นธรรม
- การทุจริตคอร์รัปชั่น
- การร่วมพัฒนาคู่ค้า
- คุณภาพชีวิต
- สิทธิมนุษยชน
- การปฏิบัติด้านแรงงาน
- สุขภาพและความปลอดภัย
- การใช้พลังงานและทรัพยากร
- มลภาวะและการจัดการของเสีย
- การทุจริตคอร์รัปชั่น
- การเปิดเผยข้อมูล
- การกำกับดูแลกิจการที่ดี
- สิทธิมนุษยชน
- การปฏิบัติด้านแรงงาน
- สุขภาพและความปลอดภัย
- การทุจริตคอร์รัปชั่น
- การเปิดเผยข้อมูล
- การกำกับดูแลกิจการที่ดี
- ความรับผิดชอบต่อสินค้าและบริการ
- คุณภาพชีวิต
บริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการเจริญเติบโตทางธุรกิจโดยไม่สร้างผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยมุ่งเน้นความร่วมมือกับคู่ค้าหลักเพื่อพัฒนากระบวนการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน เพื่อให้สอดคล้องตามจรรยาบรรณคู่ค้าของบริษัทฯ โดยประกาศนโยบายหลักที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานด้านจัดซื้อจัดจ้าง ดังนี้
  • นโยบายคัดกรอง และตรวจสอบคู่ค้า
  • นโยบายการป้องกันและต่อต้านการทุจริต การให้หรือรับสินบน
  • นโยบายคุณภาพ สิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย
บริษัทฯ ได้บริหารความเสี่ยงที่อาจจะเกิดการดำเนินงานร่วมกับคู่ค้าอย่างเป็นระบบ ดังแผนภาพด้านล่าง